แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Civlization แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Civlization แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อารยธรรมยุคต่างๆโลกตะวันออก


อารยธรรมของยุคหินเก่าโลกตะวันออก

             อารยธรรมยุคหินเก่าของโลกตะวันออกซึ่งคือทวีปเอเชีย  เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 500000 - 10000 ปีล่วงมาแล้ว  มนุษย์ในยุคนี้มีชีวิตเร่ร่อนไปตามแหล่งอาหารยังไม่รู้จักการตั้งถิ่นฐานที่แน่นอน  บางกลุ่มก้อาศัยอยู่ตามถ้ำและใต้หน้าผา  ดำรงชีวิตโดยการล่าสัตว์  เก็บพืชผัก  ผลไม้จากป่า  เครื่องมือเครื่องใช้และอาวุธทำมาจากหินที่เก็บในบริเวณภูเขานำมาขัดแบบหยาบๆ  เพื่อใช้ในการล่าสัตว์และหาอาหาร  และยังพบร่องรอยว่ายังมีการเริ่มใช้ไฟด้วย
            หลักฐานการดำรงอยู่ของมนุษย์ในโลกตะวันออกพบในหลายท้องที่  เช่น  พบโครงกระดูกของมนุษย์หยวนโหม่ว (Yuanmou man) ทางบริเวณมณฑลยูนนาน  สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ  1700000 ปี ล่วงมาแล้ว  และพบมนุษย์กรุงปักกิ่ง (Peking man)  สันนิษฐานว่า  มีอายุราว 400000 ปีก่อนคริสตกาล  ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวจีนปัจจุบัน
            

อารยธรรมของยุคหินกลางโลกตะวันออก

             อารยธรรมของยุคหินกลางของโลกตะวันออก  เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10000 - 4000 ปีล่วงมาแล้ว  เครื่องมือ เครื่องใช้ยังคงเป็นหิน  แต่มีความคม  แข็งแรง  มีขนาดเล็กกว่า  มีการกระเทาะคมหินทั้งสองด้านสำหรับใช้งาน  และมีฝีมือประณีตกว่าสมัยหินเก่า  อาวุธที่ขุดพบได้แก่ธนูที่ปลายธนูทำด้วยหินที่เหลาให้แหลม  มนุษย์ยุคนี้อาศัยอยู่ในถ้ำและเพิงผาใกล้ห้วยแม่น้ำลำธาร  ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์แต่ยังไม่รู้วิธีการเลี้ยงสัตว์  และยังคงเก็บของป่าเป็นอาหาร  แต่ในบางภูมิภาค  เช่น  ดินเดียเิร่มรู้จักการเพาะปลูก  ได้แก่  ข้าว  ถั้ว  แตงกวา มะเขือ  ผักกาด  ฯลฯ  นอกจากนี้ยังได้มีการนำเอากระดูกสัตว์ ก้างปลาและเปลือกหอย  ทำเป็นเครื่องมือเช่น  หัวธนู  หอก  ฉมวก  ขณะเดียวกัน  ยังรู้จักทำเครื่องประดับจากเปลือกหอย  กระดูกสัตว์  เช่น  กำไล  จี้  สร้อยคอ  ตุ้มหู  เป็นต้น
           

อารยธรรมของยุคหินใหม่โลกตะวันออก

             อารยธรรมยุคหินใหม่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4000 - 2000 ปีล่วงมาแล้ว  มนุษย์สมัยนั้นรู้จักการเพาะปลูกแบบเกษตรกรรม เช่น พบว่ามีการปลูกข้าวเจ้า  และมีการเลี้ยงสัตว์  เช่น หมู ทำให้มนุษย์เริ่มปักหลักอยู่กับที่  มีการสร้างบ้านที่ทำด้วยไม้และไม้ไผ่  มีการประดิษเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นลวดลายแบบง่ายๆ  บางชั้นมีการใช้สิเขียนลาย  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีแดง  ส่วนเครื่องมือเครื่องใช้ยังคงเป็นหิน  แต่มีการขัดให้เรียบขึ้นเรียกว่า  เครื่องมือหินขัด  เช่น  ขวานหินขัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  และขวานพาดบ่าปลายมล  ในประเทศไทยชาวบ้านเรียกขวานชนิดนี้ว่า  ขวานรามสูรหรือขวานฟ้า  โดยเชื่อว่าเป็นเครื่องลางของขลัง  เป็นเครื่องนำโชคลาภ

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความหมายและการแบ่งยุคของอารยธรรมมนุษย์

อารยธรรมต่างๆ

ความหมายของอารยธรรม

        
            คำว่า "อารยธรรม" เป็นคำที่มีความหมายตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า "Civlization" มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน คือ Civitis หมายถึง City หรือ นคร  โดยเหตุผลที่ใช้คำนี้เนื่องจากแหล่งอารยธรรมใหญ่ๆในโลก  ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในนครใหญ่  คำว่า "อารยธรรม"  เป็นคำที่มีความหมายหลายประการตามความเข้าใจและการตีความของแต่ละคน  แต่โดยทั่วไป  มักจะให้ความหมายของ "อารยธรรม" ว่าหมายถึง  ความเจริญงอกงามในทุกๆด้าน  ของสังคมทุกๆสังคม  ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นสังคมใดสังคมหนึ่ง  นอกจากนี้  อารยธรรมยังมีความหมายที่หลากหลายจากแง่มุมต่างๆ  ที่น่าสนใจอีกหลายความหมายที่สำคัญ  คือ
           
            พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542      ได้ให้ความหมายของอารยธรรม ไว้ว่า  ความสงบสุขของสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งศีลธรรมและกฏหมาย  ความเจริญเนื่องด้วยองค์การของสังคม  เช่น  การเมือง กฏหมาย  เศษฐกิจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรม  ความเจริญด้วยขนบธรรมเนียมอันดี  ขณะที่ ม.ร.ว.ศึกฤทธิ์  ปราโมช  ได้  ให้ความหมายของอารยธรรม ว่า  ความเจริญในทางวัตถุและทางจิตใจของมนุษย์  เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังวัฒนธรรมขั้นพื้นฐาน  อารยธรรมที่เป็นความเจริญทางด้านวัตถุและจิตใจนี้เกิดขึ้นในรัฐหรือประเทศ  มีสถาบันการปกครอง  สถาบันศาสนา และสถาบันอื่นๆ  ในกรณีมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ยังไม่มีสถาบันเหล่านี้อย่างเป็นระบบ  จึงไม่มีอารยธรรม 
           
             ส่วนนักวิชาการต่างชาติได้ให้ความหมายของคำว่า "อารยธรรม"  ไว้อย่างหลากหลาย  เช่น เอ็ดเวอร์ดแมค  คัดเบอร์นส์  (Edward Mc. Cudberns)  ได้อธิบายความหมายไว้ว่า  เป็นวัฒนธรรมขั้นสูง  คือ   วัฒนธรรมที่จะเรียกว่าเป็นอารยธรรมได้ก็ต่อเมื่อวัฒนธรรมนั้นได้มีการพัฒนาให้เสริญถึงขั้นสูงสุดแล้ว  หรือกล่าวง่ายๆคือ  สังคมนั้นต้องมีการใช้อักษรบันทึกเรื่องราวต่างๆแล้ว  นอกจากนี้  วัฒนธรรมในด้านอื่นๆของสังคมก็ต้องได้รับการปรับปรุงให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพอีกด้วย  เช่น  ศิลปวิทยาการ  การเมือง  การปกครอง  สถาบันทางสังคม  และทางเศรษฐกิจ  เป็นต้น  ส่วน อาร์โนลด์ เจ ทอยน์บี (Arnold J. Taynbee)  ได้อธิบายไว้ว่า  อารยธรรม คือวัฬนธรรมดั้งเดิมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ  สังคมดั้งเดิมนั้นมีอายุสั้นกว่าวัฒนธรรม  และมักเกิดขึ้นในบริเวณจำกัด  และมีส่วนเกี่ยวข้องกับมนุษย์เป็นจำนวนน้อยกว่าอารยธรรม  แต่ก็มีความก้าวหน้าทางศิลปะและวิทยาศาสตร์  ส่วนสถาบันการเมือง  เศรษฐกิจและสังคมก็ได้รับการพัฒนามาอย่างดีพอที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ  ที่เกิดขึ้นในสังคมนั้นได้


            ดังนั้น อารยธรรม จึงหมายถึง  ความเจริญในด้านต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และเป็นความเจริญที่สูงกว่าวัฒนธรรมขั้นพื้นฐาน

ขับเคลื่อนโดย Blogger.